คุณอยากกระจายเงินไปหลายบริษัท แต่ยังไม่พร้อมเลือกหุ้นทีละตัว ทางเลือกที่มักโผล่มาคู่กันคือกองทุนที่สั่งซื้อกับบริษัทจัดการ และกองทุนที่ซื้อขายบนกระดานหุ้น หน้าตาคล้ายกัน แต่จังหวะซื้อ ราคา และงานที่คุณต้องทำต่างกันพอสมควร
เลือกจากชีวิตจริงของคุณง่ายกว่าเลือกจากคำว่าแบบไหนดีกว่า
กองทุนรวมและ ETF รวบเงินหลายคนไปลงทุนแทนคุณ
กองทุนรวมคือกองเงินจากผู้ลงทุนหลายคนที่มีผู้จัดการนำไปลงทุนตามนโยบาย เงินที่คุณซื้อจะถูกแบ่งเป็น หน่วยลงทุนคือส่วนเล็ก ๆ ที่บอกว่าคุณเป็นเจ้าของกองมากแค่ไหน จึงเริ่มกระจายเงินได้โดยไม่ต้องซื้อหุ้นทุกบริษัทด้วยตัวเอง
ETF คือกองทุนที่นำหน่วยมาซื้อขายบนกระดานหุ้นระหว่างวัน คุณต้องมีบัญชีหุ้นและส่งคำสั่งเหมือนซื้อหุ้นทั่วไป ราคาที่เห็นระหว่างวันเกิดจากคิวซื้อขาย จึงอาจขยับตลอดเวลาที่ตลาดเปิด
ความต่างหลักคือกองทุนรวมคำนวณราคาตามรอบวันและสั่งซื้อผ่านบริษัทจัดการ ส่วน ETF ซื้อขายบนกระดานหุ้นระหว่างวันผ่านบัญชีหุ้นของคุณเอง
| หัวข้อ | กองทุนรวม | ETF |
|---|---|---|
| ช่องทางสั่งซื้อ | บริษัทจัดการหรือตัวแทนขาย | บัญชีหุ้นกับโบรกเกอร์ |
| ราคาที่ได้ | คำนวณตามรอบหลังปิดรับคำสั่ง | ราคาที่จับคู่บนกระดานระหว่างวัน |
| จังหวะซื้อขาย | ตามรอบที่กองกำหนด | ช่วงเวลาที่ตลาดเปิด |
| ค่าใช้จ่ายที่เจอ | ค่าใช้จ่ายซื้อ ขายคืน และบริหารกอง | ค่าใช้จ่ายในกอง บวกค่าบริการบัญชีหุ้น |
| การตั้งรายการประจำ | ตั้งตัดเงินรายเดือนได้ตรงไปตรงมา | ส่งคำสั่งเอง หรือใช้บริการที่โบรกเกอร์มี |
ทั้งสองแบบมีนโยบายให้เลือกหลายชนิด ตั้งแต่กองที่เน้นเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้น กองที่ถือหุ้นตามดัชนี ไปจนถึงกองที่ผสมหลายอย่างไว้ในกองเดียว บทความนี้พูดเฉพาะวิธีใช้งาน ไม่ได้หมายความว่ากองที่มีชื่อคล้ายกันจะถือของเหมือนกัน ต้องอ่านนโยบายและรายการของที่กองถือนั้นเสมอ
ราคาไม่ใช่ความต่างเพียงอย่างเดียว
ราคาที่เห็นเกิดคนละจังหวะ
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิคือมูลค่าทรัพย์สินของกองหลังหักภาระแล้วหารตามจำนวนหน่วย กองทุนทั่วไปมักรับคำสั่งก่อนเวลาที่กำหนดและคำนวณราคาตามรอบ คุณจึงไม่รู้ราคาสุดท้ายแบบวินาทีต่อวินาทีตอนกดซื้อ
กองที่ซื้อขายบนกระดานมีคิวซื้อและคิวขายให้เห็นระหว่างวัน สมมติคิวขายอยู่ที่ 10.05 บาท คุณซื้อ 1,000 หน่วย มูลค่ารายการคือ 10,050 บาท หากคิวขยับเป็น 10.10 บาทก่อนคำสั่งจับคู่ มูลค่าจะเป็น 10,100 บาท ต่างกัน 50 บาทแม้ชื่อกองเดิม
ความต่างนี้ไม่ได้ทำให้แบบหนึ่งชนะเสมอ คนที่ต้องการตั้งรายการรายเดือนอาจชอบกองทุนทั่วไป ส่วนคนที่อยากควบคุมราคาที่ส่งคำสั่งอาจถนัดกองที่อยู่บนกระดานมากกว่า
ค่าใช้จ่ายต้องดูทั้งตอนถือและตอนซื้อขาย
ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ สะสมได้ ค่าธรรมเนียมคือเงินที่ถูกเรียกเก็บสำหรับการบริหารหรือทำรายการ กองทุนทั่วไปอาจมีค่าใช้จ่ายซื้อ ขายคืน และบริหาร ขณะที่กองบนกระดานมีค่าใช้จ่ายภายในกองและค่าใช้บริการบัญชีหุ้น ตัวเลขจริงต่างกันตามกองและผู้ให้บริการ จึงต้องดูหนังสือชี้ชวนกับตารางค่าบริการล่าสุด สมมติกอง A มีเงินเริ่มต้น 50,000 บาท ผลตอบแทนก่อนค่าใช้จ่าย 5% หรือ 2,500 บาท หากค่าใช้จ่ายรวมที่กระทบเงินคุณในปีนั้นคือ 400 บาท ผลที่เหลือคือ 2,100 บาท อีกกองอาจขึ้นเท่ากันแต่มีค่าใช้จ่าย 700 บาท จึงเหลือ 1,800 บาท ต่างกัน 300 บาท อย่าดูเลขค่าใช้จ่ายช่องเดียว บางรายการหักในราคากองไปแล้ว บางรายการเกิดเมื่อซื้อหรือขาย การเทียบต้องใช้ช่วงเวลาและวิธีลงทุนเดียวกัน
เลือกจากวิธีที่คุณทำต่อเนื่องได้
ถ้าคุณรับเงินเดือนวันเดิมและอยากให้ระบบตัดเงินเป็นประจำ กองทุนทั่วไปมักตั้งแผนได้ตรงไปตรงมา หากคุณเปิดบัญชีหุ้นอยู่แล้วและยอมรับว่าราคาขยับระหว่างวัน กองที่ซื้อขายบนกระดานอาจรวมอยู่ในหน้าพอร์ตเดียวกับหุ้นได้สะดวก
การลงทุนเป็นงวดคือการใส่เงินจำนวนคงที่ตามรอบโดยไม่เปลี่ยนตามอารมณ์ตลาด สมมติคุณแบ่งเดือนละ 5,000 บาท เป็นกองหุ้น 3,000 บาทและกองตราสารหนี้ 2,000 บาท ครบ 12 เดือนเงินที่ใส่คือ 60,000 บาทก่อนผลตอบแทน วิธีนี้ใช้ได้กับทั้งสองรูปแบบหากผู้ให้บริการรองรับจำนวนเงินและรอบที่คุณต้องการ
อย่าเลือกเพราะตั้งรายการง่ายเพียงอย่างเดียว ราคาที่แกว่งขึ้นลงอาจทำให้เงินที่ต้องใช้เร็ว ๆ นี้ลดลง นโยบายของกองต้องเข้ากับเวลาที่คุณมีและความเสียหายที่รับไหว
ข้อควรระวังก่อนกดซื้อกองแรก
- ชื่อกองคล้ายกันไม่ได้แปลว่าถือของเหมือนกัน อ่านนโยบายก่อนเสมอ
- ราคาบนกระดานอาจห่างจากมูลค่าของกอง โดยเฉพาะช่วงคิวซื้อขายบาง
- ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ สะสมหลายปีได้ ต้องเทียบจากเอกสารล่าสุด
- เงินที่ต้องใช้ในเร็ววันไม่เหมาะกับกองที่ราคาขึ้นลงแรง
สรุป
- ทั้งสองแบบช่วยรวมเงินไปลงทุนตามนโยบายที่กำหนด
- กองทุนทั่วไปสั่งตามรอบ ส่วนกองบนกระดานซื้อขายระหว่างวัน
- เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งตอนถือ ซื้อ และขาย
- วิธีที่ดีต้องเข้ากับบัญชี เวลา และวินัยของคุณ
- นโยบายของกองสำคัญกว่าชื่อผลิตภัณฑ์
อ่านต่อ
- ประเมินความเสี่ยงก่อนเลือกกอง
- วางแผนลงทุนเป็นงวดให้ทำต่อเนื่องได้
- กระจายเงินหลายประเภทโดยไม่ทำพอร์ตกระจัดกระจาย
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เริ่มต้นลงทุนอย่างมั่นใจกับ HoonHub
HoonHub ช่วยให้คุณบันทึกพอร์ตหุ้นไทยและดูต้นทุนจริงของทุกตัวที่ถืออยู่ เปิดดูข้อมูลและงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนได้ในหน้าเดียว และเก็บความรู้เพิ่มจากบทเรียนสั้น ๆ ที่อ่านจบได้ระหว่างรอรถติด


