ถ้าในพอร์ตมีธนาคารสามตัว คุณถือหุ้นสามบริษัทก็จริง แต่ยังฝากความหวังไว้กับดอกเบี้ยและเศรษฐกิจชุดเดียวกัน การนับจำนวนหุ้นอย่างเดียวจึงบอกไม่ได้ว่าพอร์ตกระจายแล้วหรือยัง ตลาดหลักทรัพย์ฯ แบ่งบริษัทตามแหล่งรายได้หลักเป็น 8 กลุ่มใหญ่ การรู้ว่าหุ้นอยู่กลุ่มไหนช่วยให้คุณเห็นว่ากำลังซื้อธุรกิจอะไร และพอร์ตผูกกับปัจจัยใดมากเกินไปหรือเปล่า
ชื่อกลุ่มเป็นแผนที่ ไม่ใช่คำตอบว่าต้องซื้ออะไร
กลุ่มอุตสาหกรรมคือแผนที่ของธุรกิจในตลาด
กลุ่มอุตสาหกรรมคือการรวมบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน ใต้กลุ่มใหญ่ยังมี หมวดธุรกิจ หมายถึงกลุ่มย่อยที่แยกกิจการให้ละเอียดขึ้น เช่น กลุ่มบริการมีทั้งพาณิชย์ โรงพยาบาล การท่องเที่ยว และขนส่ง ทั้งตลาดมี 8 กลุ่มอุตสาหกรรม แยกย่อยเป็น 28 หมวดธุรกิจ และเกณฑ์ที่ใช้จัดคือธุรกิจที่สร้างรายได้เกินครึ่งหนึ่งของรายได้รวม
การจัดกลุ่มไม่ได้บอกว่าหุ้นไหนดี แต่ช่วยให้เปรียบเทียบได้ถูกคู่ ธนาคารควรเทียบกับธนาคาร โรงพยาบาลควรเทียบกับโรงพยาบาล เพราะรายได้ ต้นทุน และหนี้ที่ปกติของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน

ท่าเรือภาพเดียวเชื่อมหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน ตู้สินค้ามาจากโรงงาน เดินทางด้วยบริการขนส่ง ใช้พลังงาน และอาจมีสินเชื่อการค้าจากธนาคาร นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหุ้นคนละกลุ่มยังได้รับผลจากเหตุการณ์เดียวกันได้
ลองสมมติว่าค่าขนส่งเรือเพิ่มขึ้น โรงงานที่ส่งสินค้าออกอาจมีต้นทุนสูงขึ้น บริษัทเดินเรืออาจมีรายได้เพิ่ม แต่ถ้าราคาน้ำมันขึ้นพร้อมกัน กำไรของทั้งสองฝั่งอาจไม่ขยับตามที่เดา ธนาคารซึ่งปล่อยกู้ให้โรงงานก็ต้องดูว่าลูกหนี้ยังจ่ายไหวไหม เหตุการณ์เดียวจึงไหลผ่านหลายธุรกิจและให้ผลคนละแบบ การเปิดดูว่าบริษัทอยู่กลุ่มใดช่วยตั้งคำถามแรก แต่คุณยังต้องตามเส้นรายได้ ต้นทุน และหนี้ไปจนถึงงบของบริษัทนั้น
8 กลุ่มใหญ่ผ่านธุรกิจที่เราเจอทุกวัน
เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
ตั้งแต่ฟาร์ม ผู้ผลิตอาหาร ไปจนถึงเครื่องดื่ม รายได้มักขยับตามราคาวัตถุดิบ ค่าอาหารสัตว์ ค่าเงิน และกำลังซื้อ หุ้นสองตัวในกลุ่มเดียวกันอาจต่างกันมากถ้าตัวหนึ่งขายในประเทศ แต่อีกตัวส่งออกเป็นหลัก
สินค้าอุปโภคบริโภค
เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน และสินค้าส่วนบุคคลอยู่ในกลุ่มนี้ สิ่งที่ต้องดูคือแบรนด์ยังขายได้ไหม สต็อกค้างหรือไม่ และลูกค้าซื้อซ้ำแค่ไหน ธุรกิจที่ยอดขายดูดีจากการลดราคาแรงอาจเหลือกำไรน้อยกว่าที่คิด
ธุรกิจการเงิน
ธนาคาร ประกัน และบริษัทสินเชื่อหาเงินคนละแบบ ธนาคารรับเงินฝากแล้วปล่อยกู้ บริษัทประกันรับเบี้ยแลกกับภาระจ่ายสินไหม ส่วนสินเชื่อรายย่อยต้องคุมลูกหนี้เสีย การเห็นคำว่า “การเงิน” จึงยังไม่พอ ต้องลงไปดูหมวดธุรกิจด้วย
สินค้าอุตสาหกรรม
บรรจุภัณฑ์ ปิโตรเคมี ชิ้นส่วนรถยนต์ และเครื่องจักรอยู่ใกล้เศรษฐกิจภาคผลิต ยอดขายอาจขึ้นลงเป็นรอบตามคำสั่งซื้อและราคาวัตถุดิบ ช่วงโรงงานเร่งผลิตกับช่วงลดสต็อกให้ภาพต่างกันมาก
อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ครอบคลุมผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย วัสดุก่อสร้าง รับเหมา และกองทรัพย์สินให้เช่า ดอกเบี้ยและหนี้มีผล แต่ต้องดูด้วยว่ารายได้มาจากการขายครั้งเดียวหรือค่าเช่าที่ทยอยเข้า
ทรัพยากร
พลังงาน เหมือง และสาธารณูปโภคอยู่ในกลุ่มนี้ บริษัทที่ขายน้ำมันตามราคาตลาดโลกไม่เหมือนโรงไฟฟ้าที่มีสัญญารับซื้อระยะยาว อย่าเหมารวมว่าราคาน้ำมันขึ้นแล้วทุกตัวจะได้ประโยชน์เท่ากัน
บริการ
เป็นกลุ่มกว้าง ตั้งแต่ร้านค้า โรงพยาบาล โรงแรม สื่อ ไปจนถึงขนส่ง ร้านค้าดูยอดขายต่อสาขา โรงพยาบาลดูจำนวนผู้ป่วยและค่ารักษา ส่วนโรงแรมดูราคาห้องและอัตราเข้าพัก ตัวชี้วัดจึงต้องตามวิธีหาเงินของกิจการ
เทคโนโลยี
มีทั้งผู้ให้บริการสื่อสารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รายแรกพึ่งจำนวนลูกค้าและรายได้ต่อเลขหมาย รายหลังพึ่งคำสั่งซื้อโลกและวัฏจักรสินค้า ชื่อกลุ่มเหมือนกันไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงเหมือนกัน
ใช้กลุ่มช่วยอ่านพอร์ตของตัวเอง
สมมติพอร์ต 100,000 บาทถือธนาคาร 30,000 บาท บริษัทสินเชื่อ 20,000 บาท ร้านค้า 25,000 บาท และโรงพยาบาล 25,000 บาท ถ้านับหุ้นมีสี่ตัว แต่ครึ่งพอร์ตอยู่ในธุรกิจการเงิน เมื่อดอกเบี้ย คุณภาพลูกหนี้ หรือเศรษฐกิจเปลี่ยน พอร์ตอาจถูกกระทบพร้อมกัน
ลองทำตารางง่าย ๆ ใส่มูลค่าหุ้นแต่ละตัวและกลุ่ม จากนั้นรวมยอดเป็นสัดส่วน คุณจะเห็นทันทีว่ากลุ่มใดใหญ่เกินกว่าที่ตั้งใจ ถ้าต้องการพื้นฐานเพิ่ม อ่าน การกระจายความเสี่ยงหมายถึงการไม่ฝากผลลัพธ์ไว้กับสินทรัพย์หรือปัจจัยเดียว ก่อนปรับพอร์ต ในที่นี้สินทรัพย์ คือสิ่งที่ถือไว้แล้วมีมูลค่า เช่น หุ้น เงินฝาก หรือทองคำ
ตัวเลขที่เหมาะไม่มีสูตรเดียว พอร์ต 50,000 บาทอาจเริ่มจากสินทรัพย์ที่กระจายในตัวแทนการซื้อหุ้นแปดกลุ่มละนิด เพราะเงินจะบางและค่าซื้อขายเพิ่ม สิ่งสำคัญคือรู้ว่าความเสี่ยงหลักอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ทำให้ทุกช่องเท่ากันสวยงาม
บางกลุ่มขึ้นลงตามเศรษฐกิจ บางกลุ่มขายได้ทุกปี
กลุ่มที่ขายของจำเป็นอย่างอาหาร ยา ไฟฟ้า หรือบริการโรงพยาบาล มักมีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ เพราะคนไม่หยุดกินยาหรือหยุดใช้ไฟเมื่อเศรษฐกิจแผ่ว ส่วนอสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ เหล็ก และปิโตรเคมี ขึ้นลงตามรอบชัดกว่า ช่วงเศรษฐกิจดีคำสั่งซื้อล้นมือ ช่วงชะลอตัวกำไรหายเร็ว
ข้อนี้ใช้อ่านพอร์ตของตัวเองได้ทันที ถ้าหุ้นทุกตัวที่ถืออยู่ล้วนขึ้นกับรอบเศรษฐกิจรอบเดียวกัน ผลลัพธ์จะมาพร้อมกันทั้งขาขึ้นและขาลง การให้บางส่วนเป็นธุรกิจที่รายได้ไม่แกว่งตามรอบ ช่วยให้พอร์ตไม่ต้องพึ่งจังหวะเดียว
เปรียบเทียบบริษัทให้ถูกคู่
เริ่มจากบริษัทในหมวดเดียวกัน แล้วถามสี่ข้อ:
- หาเงินจากลูกค้าประเภทเดียวกันหรือไม่
- ต้นทุนหลักขยับตามปัจจัยอะไร
- ใช้หนี้เป็นส่วนปกติของธุรกิจแค่ไหน
- อยู่ต้นน้ำ ปลายน้ำ หรือคนละตำแหน่งในห่วงโซ่
บริษัทอาหารส่งออกกับร้านอาหารอาจอยู่ใกล้กันบนแผนที่ แต่ค่าเงินบาทให้ผลคนละทิศ ผู้ส่งออกอาจได้เงินบาทมากขึ้น ขณะที่ร้านซึ่งนำเข้าวัตถุดิบอาจมีต้นทุนสูงขึ้น การรู้ชื่อกลุ่มเป็นแค่จุดเริ่ม ไม่ใช่บทวิเคราะห์สำเร็จรูป
ข้อควรระวังเมื่อใช้ข้อมูลกลุ่ม
- อย่าซื้อเพราะกลุ่มกำลังเป็นข่าว ราคามักตอบรับความคาดหวังไปก่อนที่คุณเห็นพาดหัว
- อย่าเหมารวมบริษัททั้งกลุ่ม รายได้ สัญญา หนี้ และลูกค้าอาจต่างกันมาก
- อย่านับแต่จำนวนหุ้น ห้าบริษัทที่พึ่งปัจจัยเดียวกันยังขาดทุนพร้อมกันได้
- อย่าใช้ค่าเฉลี่ยกลุ่มแทนการอ่านบริษัท ค่าเฉลี่ยช่วยชี้จุดผิดสังเกต แต่ไม่อธิบายสาเหตุ
สรุป
- ตลาดไทยแบ่งบริษัทเป็น 8 กลุ่มใหญ่ และแยกย่อยเป็นหมวดธุรกิจ
- ใช้กลุ่มเพื่อเลือกคู่เปรียบเทียบและมองความกระจุกตัวของพอร์ต
- หุ้นในกลุ่มเดียวกันไม่ได้มีรายได้และความเสี่ยงเหมือนกันทั้งหมด
- เริ่มจากวิธีหาเงินของบริษัท แล้วค่อยดูว่าปัจจัยใดกระทบกำไร
- การกระจายพอร์ตไม่จำเป็นต้องแบ่งทุกกลุ่มเท่ากัน
อ่านต่อ
- SET และ mai ต่างกันอย่างไร
- ความเสี่ยงในการลงทุนที่ต้องรับมือ
- ดัชนีหุ้นไทยใช้ดูอะไรได้บ้าง
- กระจายพอร์ตโดยไม่ซื้อความเสี่ยงซ้ำ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เริ่มต้นลงทุนอย่างมั่นใจกับ HoonHub
HoonHub ช่วยให้คุณบันทึกพอร์ตหุ้นไทยและดูต้นทุนจริงของทุกตัวที่ถืออยู่ เปิดดูข้อมูลและงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนได้ในหน้าเดียว และเก็บความรู้เพิ่มจากบทเรียนสั้น ๆ ที่อ่านจบได้ระหว่างรอรถติด


