
ชื่อ “หุ้นกู้” มีคำว่าหุ้นอยู่ด้วย แต่สิ่งที่คุณซื้อแตกต่างจากหุ้นบริษัท ถ้าเห็นข้อเสนอจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ พร้อมวันคืนเงิน อย่าเพิ่งมองว่าเป็นเงินฝากอีกแบบ ต้องดูด้วยว่าใครเป็นคนยืมเงินคุณและเขาจะหาเงินมาคืนจากไหน
บทความนี้พูดถึงหุ้นกู้บริษัทแบบทั่วไปที่กำหนดดอกเบี้ยและวันคืนเงินไว้ ส่วนรุ่นที่มีเงื่อนไขพิเศษต้องอ่านเพิ่มเติมแยกต่างหาก
หุ้นกู้ทำให้คุณเป็นเจ้าหนี้ของบริษัท
หุ้นกู้คือหลักทรัพย์ที่บริษัทออกเพื่อกู้ยืมเงินจากผู้ซื้อ บริษัทมีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินตามเงื่อนไข ส่วนคุณอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ การมีข้อตกลงให้ชำระเงินไม่ได้รับรองว่าบริษัทจะมีเงินพอจ่ายจริง หากธุรกิจมีปัญหาก็อาจผิดนัดได้ อ่านหลักการนี้ใน ความรู้เรื่องผู้ถือหุ้นกู้เป็นเจ้าหนี้ของ ก.ล.ต.
สมมติคุณซื้อหุ้นกู้มูลค่าเงินต้น 50,000 บาทที่ราคาเท่ากับเงินต้น กำหนดดอกเบี้ย 4% ต่อปีและจ่ายปีละ 2 ครั้ง ถ้าบริษัทจ่ายครบ ดอกเบี้ยรวมทั้งปีคือ 50,000 × 4% = 2,000 บาท หรือครั้งละ 1,000 บาทก่อนภาษี ตัวเลขนี้ใช้เพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่อัตราหรือขั้นต่ำของหุ้นกู้ที่เปิดขายจริง
การซื้อหุ้นบริษัททำให้คุณร่วมเป็นเจ้าของ ส่วนการซื้อหุ้นกู้ทำให้คุณให้บริษัทกู้เงิน ลองเทียบกับ หุ้นคืออะไรและคุณได้ผลตอบแทนจากไหน จะเห็นว่าคำถามก่อนลงทุนต่างกัน หุ้นต้องดูว่าธุรกิจเติบโตและมีมูลค่าเท่าไร ส่วนหุ้นกู้ต้องถามให้หนักว่าบริษัทจะจ่ายหนี้ตามสัญญาไหวหรือไม่
ดอกเบี้ยสูงไม่ได้แปลว่าเป็นข้อเสนอที่ดีกว่าเสมอ
ดอกเบี้ย วันคืนเงิน และราคาซื้อ เป็นคนละเรื่อง
ดอกเบี้ยของหุ้นกู้แบบอัตราคงที่คำนวณจากเงินต้นตามเงื่อนไข หากคุณซื้อจากคนอื่นในราคาสูงหรือต่ำกว่าเงินต้น ผลตอบแทนของคุณจะต่างจากอัตราดอกเบี้ยที่พิมพ์ไว้บนชื่อรุ่น
สมมติหุ้นกู้เหลือเวลา 1 ปี มีเงินต้น 10,000 บาทและจะจ่ายดอกเบี้ยอีก 400 บาทตอนครบกำหนด คุณซื้อก่อนเริ่มช่วงดอกเบี้ยนั้นในราคา 9,800 บาท หากได้รับเงินครบ เงินส่วนต่างรวมคือ 10,000 + 400 − 9,800 = 600 บาท ก่อนค่าใช้จ่ายและภาษี ในจำนวนนี้มีทั้งดอกเบี้ยและส่วนต่างจากการซื้อได้ต่ำกว่าเงินต้น จึงไม่ควรใช้ตัวเลขดอกเบี้ย 400 บาทแทนผลตอบแทนทั้งหมดของรายการนี้
ตัวอย่างนี้ตัดเรื่องดอกเบี้ยที่สะสมระหว่างงวดออกเพื่อให้เห็นความต่างของราคาชัดเจน หากซื้อขายจริงกลางงวด ต้องดูยอดชำระรวมและรายละเอียดการคิดดอกเบี้ยจากผู้ให้บริการด้วย
อ่านกำหนดการให้ครบทั้งวันจ่ายดอกเบี้ยและวันคืนเงินต้น บางรุ่นทยอยคืนเงินต้น บางรุ่นให้บริษัทคืนก่อนกำหนดได้ และบางรุ่นมีเงื่อนไขที่ทำให้เลื่อนหรือข้ามการจ่ายได้ อย่าใช้ความเข้าใจของรุ่นหนึ่งไปแทนทุกรุ่น ก.ล.ต. รวมประเด็นเอกสารและเงื่อนไขไว้ใน ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้
บริษัทที่คุ้นชื่อก็ผิดนัดได้
เวลาพิจารณาหุ้นกู้ ให้แยกชื่อที่คุณรู้จักออกจากบริษัทที่มีหน้าที่จ่ายเงินจริง บริษัทในกลุ่มเดียวกันอาจมีฐานะและภาระไม่เหมือนกัน ส่วนการมีบริษัทอื่นรับประกันก็ต้องอ่านว่าใครรับประกัน ครอบคลุมอะไร และผู้รับประกันจ่ายไหวหรือไม่
ข้อมูลที่ช่วยได้คือรายได้ เงินที่หาได้จากการทำธุรกิจ ภาระที่ต้องจ่าย และแผนหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ ถ้าบริษัทต้องออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อคืนรุ่นเดิมอยู่ตลอด คุณควรถามต่อว่าถ้าวันหนึ่งขายรุ่นใหม่ไม่ได้จะทำอย่างไร ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสูตรซับซ้อน แต่ต้องรู้ว่าเงินคืนจะมาจากแหล่งใด
อันดับความน่าเชื่อถือเป็นความเห็นจากผู้จัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถชำระหนี้ ช่วยประกอบการประเมินได้ แต่เปลี่ยนแปลงได้และไม่ใช่การรับประกันชำระเงิน ตามคำอธิบายของ ก.ล.ต. เรื่องอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้
อย่าหยุดอ่านเพียงตัวอักษรอันดับหรือชื่อบริษัท
หากหุ้นกู้มีหลักประกัน ให้ดูว่าหลักประกันคืออะไร มีมูลค่าเท่าไร ใครมีสิทธิรับเงินก่อน และขายเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายแค่ไหน คำว่า “มีหลักประกัน” ไม่ได้ทำให้เงินต้นของคุณปลอดภัยทุกกรณี
ถ้าต้องขายก่อนครบกำหนด ราคาอาจลดลง
หุ้นกู้มีราคาซื้อขายระหว่างทาง สำหรับหุ้นกู้ดอกเบี้ยคงที่ โดยทั่วไปเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาหุ้นกู้เดิมมีแนวโน้มลดลง เพราะผู้ซื้อมีทางเลือกใหม่ที่จ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น หากจะซื้อรุ่นเดิมก็อาจต้องการราคาที่ต่ำลง ความสัมพันธ์นี้อธิบายไว้ใน ความเสี่ยงจากดอกเบี้ยของ ก.ล.ต.
ราคาไม่ได้ขยับจากดอกเบี้ยอย่างเดียว ความสามารถจ่ายหนี้ของบริษัท ระยะเวลาที่เหลือ และคนที่พร้อมซื้อก็มีผล การเห็นดอกเบี้ยในสัญญาเท่าเดิมจึงไม่ได้แปลว่าราคาที่ขายได้จะเท่าเดิมด้วย
สมมติคุณซื้อหุ้นกู้ 50,000 บาท แต่จำเป็นต้องใช้เงินและมีคนรับซื้อเพียง 48,000 บาท คุณจะขาดทุนจากราคา 2,000 บาทก่อนค่าใช้จ่าย ถ้าได้รับดอกเบี้ยมาก่อนแล้วต้องนำมารวมเพื่อคำนวณผลตอบแทนทั้งหมดด้วย อย่าดูเพียงว่าขายได้เงินน้อยกว่าเงินต้นเท่าไร
การตั้งใจถือจนครบกำหนดช่วยลดความจำเป็นต้องขายตามราคาตลาด แต่ยังเหลือความเสี่ยงที่บริษัทไม่จ่ายเงินตามสัญญาอยู่ เงินที่ต้องใช้ฉุกเฉินจึงควรแยกไว้ก่อน ตามแนวทาง เตรียมเงินสำรองก่อนลงทุน
อ่านเอกสารก่อนดูว่าจะซื้อได้เท่าไร
เริ่มจากข้อมูลสรุปสำคัญและข้อกำหนดสิทธิของรุ่นที่สนใจ แล้วจดคำตอบเหล่านี้ไว้ หากพบจุดที่ยังไม่เข้าใจให้สอบถามผู้ขายจากเอกสารฉบับเดียวกัน จะช่วยลดการคุยคนละเงื่อนไข
- บริษัทใดเป็นผู้ออก และนำเงินไปทำอะไร
- จ่ายดอกเบี้ยอย่างไร คืนเงินต้นเมื่อไร และเปลี่ยนเงื่อนไขได้ในกรณีใด
- ถ้าบริษัทมีปัญหา คุณมีสิทธิรับเงินลำดับใด และใครทำหน้าที่ดูแลสิทธิแทนผู้ถือหุ้นกู้
- คุณมีสิทธิซื้อรุ่นนี้หรือไม่ ขายต่อได้อย่างไร และมีข้อจำกัดในการโอนหรือไม่
- ถ้าเสียเงินก้อนนี้ไปบางส่วน จะกระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นของคุณแค่ไหน
ตรวจสอบหลักการกับ ก.ล.ต. เมื่อ 7 ตุลาคม 2569 เงื่อนไขผู้ซื้อ เงินขั้นต่ำ และสิทธิของหุ้นกู้ต้องยึดเอกสารล่าสุดของแต่ละรุ่น บทความนี้ไม่ใช้แทนเอกสารเสนอขาย
ข้อควรระวังก่อนลงทุนหุ้นกู้
- หุ้นกู้ไม่ใช่เงินฝาก บริษัทอาจจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นไม่ครบได้
- ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจมาพร้อมความเสี่ยงหรือเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้น ต้องอ่านทั้งสองด้าน
- ถือจนครบกำหนดไม่ได้ลบความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้
- การขายก่อนครบกำหนดอาจได้ราคาต่ำกว่าที่ซื้อ หรือหาคนรับซื้อไม่ได้ทันที
- หุ้นกู้หลายรุ่นจากบริษัทเดียวกันยังพึ่งความสามารถจ่ายเงินของบริษัทเดียวอยู่
สรุป
- ซื้อหุ้นกู้เท่ากับให้บริษัทกู้เงิน คุณเป็นเจ้าหนี้ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นจากการซื้อครั้งนั้น
- แยกเงินต้น อัตราดอกเบี้ย ราคาที่ซื้อ และกำหนดจ่ายเงินออกจากกัน
- ดูแหล่งเงินคืนและฐานะของผู้ออก มากกว่าความคุ้นเคยกับชื่อบริษัท
- อันดับความน่าเชื่อถือและหลักประกันเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำรับรองว่าจะได้เงินครบ
- เผื่อกรณีต้องใช้เงินก่อนกำหนด เพราะราคาขายและเวลาที่ขายได้ไม่แน่นอน
อ่านต่อ
- หุ้นคืออะไร และต่างจากการเป็นเจ้าหนี้อย่างไร
- เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินก่อนเริ่มลงทุน
- แบ่งเงินลงทุนอย่างไรไม่ให้พึ่งทางเดียว
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เริ่มต้นลงทุนอย่างมั่นใจกับ HoonHub
HoonHub ช่วยให้คุณบันทึกพอร์ตหุ้นไทยและดูต้นทุนจริงของทุกตัวที่ถืออยู่ เปิดดูข้อมูลและงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนได้ในหน้าเดียว และกลับมาติดตามหุ้นที่สนใจได้สะดวก


