บางบริษัทประกาศกำไรโตสวย แต่เงินสดกลับลดลง บางบริษัทมีเงินเต็มบัญชีเพราะเพิ่งกู้มา ถ้าดูแค่บรรทัดเดียว คุณอาจได้เรื่องเพียงครึ่งเดียว
วิธีอ่านที่ง่ายกว่าคือมองรายงานสามฉบับเป็นเรื่องเดียวกัน: ปีนี้ขายของแล้วเหลือกำไรเท่าไร วันสิ้นงวดมีของและภาระอะไรอยู่ และเงินสดเข้าออกจากทางไหน
งบการเงินสามฉบับตอบคนละคำถาม
งบการเงิน คือรายงานตัวเลขที่ช่วยให้คุณเห็นผลการทำงาน ฐานะ และการเคลื่อนไหวของเงินในบริษัท ส่วนประกอบหลักที่เราจะใช้มีสามฉบับ
- งบกำไรขาดทุน คือรายงานรายได้และค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเวลา ช่วยตอบว่าขายแล้วเหลือกำไรเท่าไร
- งบแสดงฐานะการเงิน คือภาพของที่บริษัทมีและภาระที่ติดอยู่ ณ วันหนึ่ง ช่วยตอบว่าฐานของบริษัทแข็งแรงแค่ไหน
- งบกระแสเงินสด คือรายงานเงินสดที่รับและจ่ายจริงในช่วงเวลา ช่วยตอบว่ากำไรบนกระดาษเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือยัง
อย่าอ่านแยกกันแล้วจบ เพราะตัวเลขจากฉบับหนึ่งมักอธิบายความผิดปกติในอีกฉบับ
เริ่มที่งบกำไรขาดทุนเพื่อดูว่าขายแล้วเหลือเท่าไร
ลองนึกถึงร้านสมมติที่ขายสินค้าได้ 100,000 บาท ต้นทุนสินค้าที่ขาย 60,000 บาท จึงเหลือ กำไรขั้นต้น คือเงินที่เหลือจากรายได้หลังหักต้นทุนสินค้าโดยตรง 40,000 บาท ถ้ามีค่าเช่า เงินเดือน และค่าใช้จ่ายอื่นรวม 25,000 บาท แล้วเสียภาษี 3,000 บาท ร้านจะมี กำไรสุทธิ คือกำไรที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว 12,000 บาท
ตัวเลขที่ควรไล่อ่านมีลำดับแบบนี้:
- รายได้โตเพราะขายได้มากขึ้น หรือเพราะขึ้นราคา
- ต้นทุนสินค้าโตเร็วกว่ารายได้หรือไม่
- ค่าใช้จ่ายก้อนใดเพิ่มผิดจากการทำงานปกติ
- กำไรสุดท้ายมาจากการขายจริง หรือมาจากรายการครั้งเดียว
สมมติอีกบริษัทมีรายได้จาก 50,000 บาทเพิ่มเป็น 60,000 บาท หรือโต 20% แต่ต้นทุนเพิ่มจาก 30,000 บาทเป็น 42,000 บาท กำไรขั้นต้นจึงลดจาก 20,000 บาทเหลือ 18,000 บาท ข่าวบอกว่ายอดขายโตได้ถูกต้อง แต่บริษัทเหลือเงินจากการขายน้อยลง เรื่องนี้จะไม่เห็นถ้าอ่านเฉพาะบรรทัดรายได้
ดูอย่างน้อยหลายงวดต่อกัน คุณจะเห็นว่าไตรมาสล่าสุดเป็นแนวโน้มหรือแค่ฤดูกาล
ต่อด้วยงบแสดงฐานะการเงินเพื่อดูของที่มีและภาระที่ต้องจ่าย
สินทรัพย์ คือสิ่งที่บริษัทควบคุมและคาดว่าจะให้ประโยชน์ในอนาคต เช่น เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ อาคาร และเครื่องจักร ส่วน หนี้สิน คือภาระที่บริษัทต้องจ่ายหรือส่งมอบในอนาคต เช่น เจ้าหนี้ เงินกู้ และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
สิ่งที่เหลือหลังหักหนี้เรียกว่า ส่วนของผู้ถือหุ้น คือสินทรัพย์สุทธิที่เป็นส่วนของเจ้าของบริษัท ความสัมพันธ์พื้นฐานเขียนได้ว่า:
สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น
สมมติบริษัทมีสินทรัพย์ 100,000 บาท หนี้สิน 40,000 บาท ส่วนของผู้ถือหุ้นจะเท่ากับ 60,000 บาท ถ้าปีถัดไปสินทรัพย์เพิ่มเป็น 130,000 บาทเพราะกู้เพิ่ม 30,000 บาท ขนาดบริษัทดูใหญ่ขึ้น แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นยังเท่าเดิม คุณจึงต้องดูว่าการโตมาจากกำไรสะสมหรือเงินกู้
อย่ารวมของทุกอย่างแล้วถือว่ามีค่าเท่ากัน เงินสดหยิบใช้ได้ทันที แต่ลูกหนี้อาจเก็บช้า สินค้าบางชนิดอาจขายไม่ออก และเครื่องจักรอาจขายจริงได้ต่ำกว่าตัวเลขในบัญชี
ปิดด้วยงบกระแสเงินสดเพื่อเช็กว่าเงินเข้าจริงหรือยัง
บริษัทขายสินค้าแบบให้เครดิตได้ จึงบันทึกรายได้และกำไรก่อนรับเงิน สมมติปีนี้มีกำไรสุทธิ 12,000 บาท แต่ลูกค้ายังค้างจ่ายเพิ่ม 8,000 บาท และบริษัทซื้อสินค้าเก็บเพิ่ม 3,000 บาท เงินสดจากการทำงานอาจเหลือเพียง 1,000 บาท แม้บรรทัดกำไรจะดูดี
งบฉบับนี้แบ่งเรื่องเงินเป็นสามทางที่อ่านได้ตรงไปตรงมา:
- เงินจากการทำธุรกิจหลัก เช่น รับจากลูกค้าและจ่ายผู้ขาย
- เงินที่ใช้ซื้อหรือขายของระยะยาว เช่น เครื่องจักรและอาคาร
- เงินจากเจ้าของและเจ้าหนี้ เช่น กู้ ชำระกู้ เพิ่มทุน หรือจ่ายปันผล
ถ้าบริษัทมีเงินสดเพิ่ม 50,000 บาท อย่าเพิ่งดีใจ เปิดดูให้เจอว่ามาจากขายสินค้า 50,000 บาท หรือกู้เงิน 50,000 บาท ยอดปลายทางเท่ากัน แต่คุณภาพต่างกันมาก
อ่านสามฉบับประกบกันด้วยคำถามชุดเดียว
เริ่มจากกำไร แล้วตามรอยไปยังของและเงินสด สมมติบริษัท C มีกำไร 20,000 บาท ลูกหนี้เพิ่ม 15,000 บาท และเงินสดจากการทำงานเหลือ 4,000 บาท ภาพนี้บอกว่าบริษัทยังเก็บเงินจากลูกค้าได้ไม่ทันกำไรที่รายงาน คุณควรตรวจอายุลูกหนี้และเงื่อนไขเครดิตต่อ ไม่ใช่สรุปทันทีว่ามีการตกแต่งบัญชี
ถ้ากำไรลดเพราะบริษัทจ่ายเงินสร้างโรงงานใหม่ ให้ดูต่อว่าเงินสดถูกใช้ลงทุนเท่าไร หนี้เพิ่มแค่ไหน และโรงงานเริ่มสร้างรายได้เมื่อใด ตัวเลขหนึ่งงวดอาจดูแย่ แต่เหตุผลอาจเป็นการลงทุนที่ยังไม่ออกผล ในทางกลับกัน การลงทุนก้อนใหญ่ที่อธิบายไม่ได้ก็เป็นสัญญาณให้ตรวจต่อ
คุณหาเอกสารฉบับเต็มและหมายเหตุได้จาก รายงานประจำปีที่รวมเรื่องธุรกิจ ความเสี่ยง และตัวเลข ตัวเลขในตารางหลักบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนหมายเหตุช่วยบอกว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร
ข้อควรระวังเมื่ออ่านงบครั้งแรก
- อย่าดูเฉพาะไตรมาสเดียว ธุรกิจตามฤดูกาลอาจทำให้เทียบงวดติดกันแล้วเข้าใจผิด
- กำไรไม่ได้เท่ากับเงินสด ตรวจลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และเงินสดจากงานหลักประกอบกัน
- เงินสดเพิ่มจากการกู้ไม่เหมือนเงินสดเพิ่มจากการขายสินค้า
- อ่านหมายเหตุเมื่อเจอรายการก้อนใหญ่หรือชื่อที่ไม่คุ้น อย่าเดาจากหัวตาราง
- เปรียบเทียบบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกัน เพราะโครงสร้างเงินและรอบเก็บหนี้ต่างกัน
สรุป
- งบกำไรขาดทุนบอกว่าขายแล้วเหลือกำไรเท่าไร
- งบแสดงฐานะการเงินบอกว่าบริษัทมีของอะไรและติดภาระเท่าไร
- งบกระแสเงินสดบอกว่าเงินสดเข้าออกจากทางไหน
- อ่านสามฉบับประกบกันเพื่อหาที่มาของการเปลี่ยนแปลง
- เมื่อเจอตัวเลขผิดปกติ ให้เปิดหมายเหตุก่อนสรุป
อ่านต่อ
- อ่านรายงานประจำปีเพื่อรู้ที่มาของตัวเลข
- เข้าใจวิธีที่บริษัทหาเงินก่อนอ่านงบ
- ดูว่าบริษัทใช้เงินของผู้ถือหุ้นสร้างกำไรได้คุ้มแค่ไหน
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เริ่มต้นลงทุนอย่างมั่นใจกับ HoonHub
HoonHub ช่วยให้คุณบันทึกพอร์ตหุ้นไทยและดูต้นทุนจริงของทุกตัวที่ถืออยู่ เปิดดูข้อมูลและงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนได้ในหน้าเดียว และเก็บความรู้เพิ่มจากบทเรียนสั้น ๆ ที่อ่านจบได้ระหว่างรอรถติด


