วันหนึ่งข่าวบอกว่าตลาดบวก แต่หุ้นในพอร์ตคุณลงเกือบทุกตัว เรื่องนี้เกิดได้เพราะคำว่า “ตลาด” ในข่าวอาจหมายถึงดัชนีกว้างที่มีหุ้นใหญ่บางตัวนำอยู่ ขณะที่พอร์ตคุณถือหุ้นเล็กหรือเน้นคนละกลุ่ม
ดัชนีจึงไม่ใช่คะแนนสอบของพอร์ต มันเป็นไม้บรรทัด และคุณต้องหยิบไม้บรรทัดให้ตรงกับของที่กำลังวัด
ดัชนีหุ้นไทยคือภาพย่อของหุ้นตามกติกาชุดหนึ่ง
ดัชนีอ้างอิง คือชุดตัวเลขที่ใช้แทนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหุ้นตามกติกาที่กำหนดไว้ SET ใช้สะท้อนภาพรวมของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ดัชนีย่อยคัดหุ้นต่างกัน บางชุดเน้นบริษัทขนาดใหญ่ บางชุดเน้นปันผล หรือใช้เงื่อนไขด้านความยั่งยืน
สมมติกลุ่มตัวอย่างมีหุ้น A มูลค่า 60,000 บาท หุ้น B มูลค่า 30,000 บาท และหุ้น C มูลค่า 10,000 บาท ถ้า A ขึ้น 5% ส่วน B กับ C ลง 2% เท่ากัน ภาพรวมแบบให้น้ำหนักตามขนาดจะเปลี่ยนประมาณ 2.2% เพราะ A มีน้ำหนักมากที่สุด นี่คือเหตุผลที่หุ้นส่วนใหญ่ลงได้พร้อมกับดัชนีที่ยังบวก
ดัชนีแต่ละชุดมีเอกสารวิธีคำนวณและเกณฑ์คัดเลือกของตัวเอง รายชื่อสมาชิกก็เปลี่ยนได้เมื่อถึงรอบทบทวน จึงควรตรวจหน้าทางการของตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนใช้รายชื่อปัจจุบัน ที่สำคัญ ดัชนีไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเหมือนพอร์ตของคุณ ต่อให้เลือกช่วงวันตรงกัน ผลต่างก็อาจมาจากน้ำหนักหุ้น ขนาดบริษัท หรือเงินปันผลที่นับคนละแบบ ไม่ใช่ฝีมือเลือกหุ้นเพียงอย่างเดียว
หุ้นใหญ่และหุ้นขนาดรองใช้ภาพคนละชุด
SET50 คือดัชนีที่ติดตามหุ้นขนาดใหญ่ 50 หลักทรัพย์ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยพิจารณาทั้งขนาดและการซื้อขาย เหมาะกับคำถามว่า “หุ้นใหญ่ในตลาดกำลังไปทางไหน” มากกว่าคำถามว่าหุ้นไทยทุกตัวเป็นอย่างไร
คำว่า สภาพคล่อง คือความสะดวกในการซื้อหรือขายโดยราคาไม่กระโดดมากจากคำสั่งนั้น หุ้นที่มีการซื้อขายสม่ำเสมอจึงต่างจากหุ้นที่แทบไม่มีคนตั้งรับซื้อ แม้มูลค่าบริษัทจะใกล้กัน
SET100 คือดัชนีที่ขยายขอบเขตจากหุ้นใหญ่ไปเป็น 100 หลักทรัพย์ตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงครอบคลุมบริษัทมากกว่า SET50 แต่ยังไม่ได้แทนหุ้นทุกตัวในตลาด
sSET คือดัชนีที่สะท้อนหุ้นนอกกลุ่มขนาดใหญ่ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ถ้าพอร์ตคุณเน้นบริษัทขนาดกลางหรือเล็ก การเทียบกับ SET50 อย่างเดียวอาจทำให้สรุปผิดว่าฝีมือดีหรือแย่ ทั้งที่หุ้นคนละกลุ่มกำลังเดินคนละทาง
อย่าจำชื่อแล้วคิดว่าเป็นตรารับรองคุณภาพ การผ่านเกณฑ์ของดัชนีไม่ได้แปลว่าบริษัทจะทำกำไรดีหรือราคาจะขึ้น
ดัชนีปันผลและความยั่งยืนใช้เงื่อนไขเฉพาะ
SETHD คือดัชนีที่คัดหุ้นจากกลุ่มที่กำหนดโดยเน้นประวัติการจ่ายปันผลและเกณฑ์ประกอบอื่น ชื่อนี้ช่วยบอกธีม แต่ไม่รับรองว่าปันผลครั้งถัดไปจะเท่าเดิม เพราะบริษัทลดหรือหยุดจ่ายได้
SETESG คือดัชนีที่ใช้เงื่อนไขด้านความยั่งยืนร่วมกับเกณฑ์ตลาด การอยู่ในชุดนี้หมายถึงผ่านกระบวนการตามเกณฑ์ ณ รอบนั้น ไม่ได้แปลว่าธุรกิจไม่มีความเสี่ยงหรือเหมาะกับทุกพอร์ต
สมมติพอร์ตหนึ่งมีเงิน 100,000 บาท ลงหุ้นปันผล 80,000 บาทและหุ้นเติบโต 20,000 บาท ถ้าพอร์ตได้ผลตอบแทน 4% ขณะที่ SET ได้ 7% การเทียบแล้วบอกว่าแพ้ตลาด 3 จุดยังไม่พอ คุณควรดูดัชนีที่มีลักษณะใกล้กับหุ้นปันผลด้วย เพราะพอร์ตตั้งโจทย์คนละแบบกับตลาดกว้าง
ชื่อดัชนีบอกกรอบ ไม่ได้บอกคำตอบเรื่องราคาหุ้น
ดัชนีเฉพาะกลุ่มใช้ดูธีมธุรกิจ
SETCLMV คือดัชนีที่รวบรวมหุ้นตามเกณฑ์เรื่องรายได้หรือความเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านที่กำหนด ส่วน SETWB คือดัชนีที่มองกลุ่มธุรกิจซึ่งเชื่อมกับการกินดีอยู่ดีตามกรอบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งสองชุดเหมาะกับการติดตามธีมมากกว่าการแทนตลาดทั้งหมด
ปัญหาของการดูธีมคือชื่อสั้นกว่าความจริง บริษัทหนึ่งอาจมีรายได้หลายทาง และหุ้นในธีมเดียวกันก็รับผลจากเศรษฐกิจต่างกัน คุณจึงต้องกลับไปอ่าน กลุ่มอุตสาหกรรม คือการจัดบริษัทตามแหล่งรายได้หลัก และดูธุรกิจรายบริษัทประกอบ
รายชื่อสมาชิกของ SET50, SET100 และ SETHD มีรอบทบทวนตามเกณฑ์ ส่วนดัชนีอื่นก็อาจปรับองค์ประกอบได้ อย่าคัดลอกรายชื่อจากบทความเก่าไปใช้ตัดสินใจในวันนี้
เลือกดัชนีให้ตรงกับพอร์ตและคำถาม
สมมติคุณเริ่มปีด้วยเงิน 50,000 บาท สิ้นปีเป็น 55,000 บาท เท่ากับโต 10% ถ้าดัชนีที่ใกล้กับพอร์ตโตจากฐาน 100 จุดเป็น 108 จุด หรือ 8% พอร์ตทำได้มากกว่า 2 จุดในช่วงเดียวกัน แต่ตัวเลขนี้ยังไม่บอกว่าคุณรับความเสี่ยงมากกว่าแค่ไหน หรือผลต่างเกิดจากหุ้นตัวเดียวหรือไม่
ก่อนเทียบ ให้ตอบสามข้อ:
- พอร์ตถือหุ้นขนาดไหนเป็นหลัก
- พอร์ตเน้นตลาดกว้าง ปันผล หรือธีมเฉพาะ
- ช่วงวันที่เริ่มและจบตรงกันหรือไม่ รวมเงินปันผลแบบเดียวกันหรือยัง
ถ้าคุณลงทุนผ่านกองที่เดินตามดัชนี ให้เปิดเอกสารกองว่าติดตามชุดไหนและมีค่าใช้จ่ายอะไร ทางเลือกระหว่างกองทุนกับสินค้าที่ซื้อขายเหมือนหุ้น อาจใช้ดัชนีเดียวกันแต่ต้นทุน วิธีซื้อ และความคลาดเคลื่อนจากดัชนีไม่เท่ากัน
ข้อควรระวังเวลาอ่านข่าวดัชนี
- ดัชนีบวกไม่ได้แปลว่าหุ้นส่วนใหญ่บวก หุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัวอาจมีน้ำหนักมาก
- สมาชิกดัชนีเปลี่ยนได้ ตรวจรายชื่อและรอบทบทวนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
- การเข้า SET50 หรือดัชนีอื่นไม่ใช่ตรารับรองว่าหุ้นปลอดภัย
- เทียบผลตอบแทนด้วยช่วงเวลาและวิธีนับปันผลแบบเดียวกัน
- ดัชนีเฉพาะธีมอาจกระจุกตัว อย่าใช้แทนภาพรวมโดยไม่ดูองค์ประกอบ
สรุป
- SET ให้ภาพตลาดกว้าง ส่วนดัชนีย่อยตอบคำถามเฉพาะกว่า
- SET50, SET100 และ sSET ช่วยแยกมุมมองตามขนาดและเกณฑ์การซื้อขาย
- SETHD และ SETESG ใช้เงื่อนไขเฉพาะ ไม่ใช่คำรับรองผลตอบแทน
- SETCLMV และ SETWB เหมาะกับการติดตามธีมธุรกิจ
- เลือกดัชนีที่มีลักษณะใกล้พอร์ตก่อนวัดผลงาน
อ่านต่อ
- รู้จัก SET และ mai ก่อนอ่านดัชนี
- แยกกลุ่มอุตสาหกรรมให้เห็นว่าหุ้นมาจากธุรกิจไหน
- ดูปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้นและดัชนีขยับ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เริ่มต้นลงทุนอย่างมั่นใจกับ HoonHub
HoonHub ช่วยให้คุณบันทึกพอร์ตหุ้นไทยและดูต้นทุนจริงของทุกตัวที่ถืออยู่ เปิดดูข้อมูลและงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนได้ในหน้าเดียว และเก็บความรู้เพิ่มจากบทเรียนสั้น ๆ ที่อ่านจบได้ระหว่างรอรถติด


